เจ้าชาย เจ้าหญิง # Giant ...นิทานชวนฝัน
posted on 06 Dec 2007 09:37 by bemyguests
...นิทาน... ฉันรู้จักคำนี้ตั้งแต่จำความได้
แม้จะฟังรู้เรื่องไม่รู้เรื่องบ้าง แต่ความรู้สึกสำหรับฉันตอนนั้น นิทาน ..เป็นเรื่องชวนฝัน
ฉันไม่ใช่เด็กที่พ่อแม่ชอบเล่านิทานให้ฟังก่อนนอนทุกคืน เหมือนเด็กสมัยนี้
เลยไม่ค่อยคุ้นเคยกับการให้คนอื่นเล่าให้ฟัง
พอโตขึ้นสักหน่อย เริ่มอ่านออก เขียนได้ พ่อจะชอบซื้อนิทานมาให้อ่าน
และนิทานที่นิยมอ่านกันคงหนีไม่พ้น หนูน้อยหมวกแดง
นางเงือกน้อย (Little mermaid) ลูกหมูสามตัว ลูกเป็ดขี้เหร่
Beauty & the Beast สโนว์ไวท์ และที่จะขาดไม่ได้คือ นิทานอีสป
ฉันชอบอ่านนิทานอีสป เหตุผลง่าย ๆที่ชอบอ่าน คือแต่ละเรื่องค่อนข้างสั้น
ตอนสุดท้ายมักจะมีคติสอนใจดี ๆ ให้ฉันอ่านเสมอ
(แต่เหตุผลส่วนใหญ่ก็คงหนีไม่พ้นเนื้อเรื่องสั้นนั่นเอง พูดให้ดูดีไว้ก่อน)
ซึ่งจะเหมาะกับเด็กขี้เกียจอย่างเจ้าของบล็อกเป็นที่สุด
นอกจากนิทานอีสป ก็จะมีนิทานพื้นบ้านนี่แหละที่ฉันชอบอ่าน
อย่าง ปลาบู่ทอง นางสิบสอง นางผมหอม แก้วหน้าม้า (สมัยไหนเนี่ย ^^)
ด้วยความชอบอ่านนิทาน ตอน ป.6 ครูเลยจับไปอ่านหนังสือนิทานตอนเช้าที่โรงเรียน
ซึ่งไม่ทราบว่าที่โรงเรียนแต่ละคนเคยมีห้องกระจายเสียง (เรียกไงดีล่ะ)
คล้าย ๆ ดีเจเด็ก (เอ๊ะ ยังไง คล้าย ๆ ผีเด็กนะนั่น --")
แต่เปลี่ยนจากเปิดเพลงเป็นหลักมาอ่านข่าว และเล่านิทานเป็นหลักแทน
และเจ้าของบล็อกก็เป็นหนึ่งในนั้นที่ต้องไปอ่านนิทานสดให้คนอื่นฟัง
เพราะไม่เคยได้เตรียมตัวเกิน5นาทีซักครั้ง
(ตอนนี้เลยเริ่มคิดอยาจะไปเป็นดีเจบ้างแล้วล่ะ
)
ฉันว่าโลกนี้คงไม่มีมีใครไม่ชอบนิทาน
ฉันชอบนิทาน และฉันก็อยากแต่งนิทานเป็น
ฉันเคยแต่งนิทานคั้งเดียว แต่ตอนนั้นก็ยังเด็กมาก
พอโตมาก็ไม่คิดจะแต่งอีก เพราะจินตนาการเริ่มหดหาย
ฉันว่า คนที่แต่งนิทานได้ดีที่สุดคงเป็นเด็ก เพราะเด็กมีจินตนาการมากกว่าผู้ใหญ่
เรามักจะได้เห็นเรื่องแปลก ๆ และสิ่งที่เราคาดไม่ถึงจากนิทานที่เด็กแต่ง
ตอนเด็กนิทานก็ช่วยให้ฉันชอบอ่านหนังสือขึ้นมาได้(นิดนึง )
ฉันก็เลยกลายเป็นพวกชอบอ่านอะไรประเภทชวนฝัน
และสิ่งที่ทำให้ฉันหลงใหลหนังสือประเภทนวนิยาย
ก็คงมีพื้นฐานมาจากนิทาน
และก็คงเป็นเพราะนวนิยายสามารถทำให้ฉันฉันเพ้อได้อย่างไม่มีลิมิตนั่นเอง
เจ้าชาย เจ้าหญิง
Do you remember me ? Do you remember our story?
It’s about a prince and a princess.
( คิดถึงครั้งที่เราอ่านเรื่องในนิทาน )
Think about you and me. When we’re reading the fairy tales.
( ทุกทุกครั้งเราได้ส่งเสียงดังดัง )
Everytime we laugh and shout aloud.
( แต่วันนี้นิทานจบลงเมื่อเราไกลกัน คิดถึงเธอจัง )
But today when you’re far away from me
The books have to be closed, I miss you so much
( ฉันไม่รู้จะเจอกับเธอ อีกเมื่อไร )
*I don’t know that when I will to see you again.
I will wait for you until we meet again.
( รู้บ้างไหม มีใคร อยากเห็นหน้าเธอ )
Do you know someone do want to see your face.
Do you know that I just want to see your face.
( อย่าลืมนะนิทานเรื่องเดิม ที่เราคุยกัน อยากเป็นอย่างในนั้น )
Don’t forget the tales we love to talk about.
Don’t forget the tales we always talk about.
* *อยากจะเป็นเหมือนในนิทาน ที่เธอนั้น เล่าให้ฉันฟัง
มีปีศาจร้าย มีบ้าน มีวัง มีเธอนั้นเป็นเจ้าหญิง ฉันเป็นเจ้าชาย
( * ,** )
คราวใดได้อ่านนิทาน เรื่องที่มีเจ้าหญิง เจ้าชาย
ก็จะมีภาพเธอเป็นเจ้าหญิง โว้ โว โว
ปล.รู้สึกเหมือนตัวเองโตมาพร้อม ๆ กับนักร้องวงนี้ (คงไม่ต้องบอกว่ารุ่นไหน)
แต่ก็ถือว่าวัยรุ่นนะคะ อิอิ
edit @ 6 Dec 2007 10:07:50 by :::Be_My_Guest:::
ว่าแต่บก.นี่ช่างไม่มีจินตนาการเอาซะเลย แสดงยังคิดแบบเด็กไม่เป็น
#1 By Nalin on 2007-12-06 10:57